เว็บไซต์ซื้อ ขายรถยนต์มือสอง

เว็บไซต์ซื้อ ขายรถยนต์มือสอง

line siamcarvip.com facebook siamcarvip.com
e-mail siamcarvip.com siamcarvip@gmail.com
siamcarvip.com
สมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ลงขายรถฟรี
สมาชิกเว็บไซต์เข้าสู่ระบบ
สมาชิกเว็บไซต์เข้าสู่ระบบ
ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ รหัสผ่าน
จดจำ ลืมรหัสผ่าน
ลงประกาศขายรถ ฟรี!
โฆษณาตำแหน่งนี้ โทร. 095-525-4656

การติดเครื่องยมต์ที่ถูกวิธี

20 ธ.ค. 2559 / 13:49:43 น.

ด้วยความที่มันง่ายซะเหลือเกิน เลยทำให้หลาย ๆ ท่านอาจมองข้ามการสตาร์ทรถยนต์อย่างถูกวิธี เพื่อยืดอายุมอเตอร์สตาร์ท(ไดสตาร์ท) และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ให้มีสุขภาพดีและอยู่คู่รถของเราไปนาน ๆ วันนี้ “รู้ก่อนเหยียบ” ขอนำเสนอเทคนิคการสตาร์ทรถอย่างถูกวิธี มาฝาก

 
เริ่มต้นด้วยการรู้จักตำแหน่งต่าง ๆ ของสวิทช์กุญแจรถยนต์กันก่อน
 
  1. ตำแหน่งแรกคือ Lock เมื่อเราเสียบกุญแจเข้าไป เป็นตำแหน่งที่เครื่องยังดับอยู่ และยังใช้ล็อกพวงมาลัย
  2. ตำแหน่งที่สอง ACC เป็นตำแหน่ง ในการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เพื่อเปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในรถโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่อง แต่ไม่ควรใช้เป็นเวลานาน ๆ เนื่องจากจะส่งผลให้แบตเตอรี่หมด จนไม่เหลือพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้
  3. ตำแหน่งที่สาม On ในตำแหน่งนี้แรงดันไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยังระบบต่าง ๆ โดยมีไฟเตือนโชว์บนหน้าปัด เพื่อแสดงสถานะความพร้อมใช้งาน
  4. ตำแหน่งที่สี่ Start ในตำแหน่งนี้ เมื่อเราบิดกุญแจไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยังมอเตอร์สตาร์ท(ไดสตาร์ท) เพื่อหมุนฟลายวีล ที่ติดอยู่กับชุดเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อฉุดให้เครื่องยนต์หมุน ในขณะเดียวกันนั้นระบบจุดระเบิดก็จะทำงานส่งผลให้เครื่องยนต์ติดในที่สุด อย่างไรก็ตามในตำแหน่งนี้ต้องปล่อยมือเมื่อเครื่องยนต์ติด หากบิดค้างไว้จะส่งผลให้เฟืองมอเตอร์สตาร์ท และ เฟืองฟลายวีล เสียหายได้
การสตาร์ทอย่างถูกวิธี
 
  1. เริ่มต้นด้วยการ ตรวจตำแหน่งการเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ต้องอยู่ในตำแหน่ง P หรือ N ถ้าอยู่ในตำแหน่งอื่นก็แค่สตาร์ทไม่ติดเท่านั้น แต่ในเกียร์ธรรมดาจะแตกต่างออกไป หากไม่ได้ปลดเกียร์ว่างก่อนสตาร์ทอาจส่งผลให้รถพุ่งชนสิ่งต่าง ๆ ที่ขว้างหน้าจนเกิดความเสียหายได้
  2. ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอร์ วิทยุ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อให้ได้กำลังไฟสูงสุดจากแบตเตอรี่ จ่ายไปยังระบบสตาร์ท บางท่านคงคิดว่าไม่เห็นต้องปิดก็สตาร์ทได้ จริงอยู่ว่าสามารถทำได้ แต่จะเป็นการเพิ่มภาระให้มอเตอร์สตาร์ทและเครืองยนต์ทำงานหนัก ส่งผลให้เกิดการสึกหรอมากขึ้น และในกรณีที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมอาจทำให้ไม่มีกำลังไฟเพียงพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์
  3. ตรวจสอบไฟเตือน เมื่อบิดกุญแจไปในตำแหน่ง On ควรตรวจสอบว่าไฟแสดงสถานะของระบบต่าง ๆ โชว์บนหน้าปัดครบและดับลง นอกจากนั้นควรสัเกต ว่ามีสิ่งผิดปกติหลังเครื่องยนต์ติดหรือไม่ ทั้งอาการสั่นของเครื่องยนต์ หรือ เสียงที่ผิดปกติ
  4. ไม่สตาร์ทแช่-ยาว เมื่อรถสตาร์ทติดยากไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ควรหลักเลี่ยงการสตาร์ทแช่ยาวเกิน 15 วินาที เพราะจะส่งผลให้มอเตอร์สตาร์ทเสียหายได้ นอกจากนี้ต้องเว้นระยะห่างในการสตาร์ทครั้งต่อ 15 วินาทีเป็นอย่างน้อย